ผ่าตัดดึงหน้าพัทยาที่ไหนดี
ผ่าตัดดึงหน้าพัทยาที่ไหนดี : เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อย ไม่กระชับเหมือนเคย การดึงหน้า (Face Lift) จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนที่อยากคืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้า ทาง Phd คลินิกมีทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ และทีมแพทย์มากประสบการณ์
การดึงหน้าคืออะไร
ศัลยกรรมดึงหน้า คือการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาผิวหนังที่มีความหย่อนคล้อย ไม่เรียบเนียน ขาดความกระชับ รวมถึงมีริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า ให้กลับมากระชับ เรียบเนียนอีกครั้ง พร้อมทั้งคืนความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้า นอกจากนี้ยังสามารถปรับกล้ามเนื้อให้มีความกระชับขึ้นด้วยเทคนิคพิเศษที่สามารถดึงหน้าได้ลึกถึงชั้น SMAS (SMAS : Superficial Musculoaponeurotic System) โดยหมอจะเลือกพิจารณาตามความเหมาะสมของคนไข้ อย่างไรก็ตามในส่วนของการดึงหน้าสามารถแบ่งลักษณะการผ่าตัดออกได้ทั้งหมด 3 ส่วนด้วยกัน
พื้นที่ใบหน้าออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ
เพื่อแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้อย่างตรงจุด ดังนี้
1. ใบหน้าส่วนบน (Upper Facelift / Forehead & Brow Lift)
เน้นการแก้ไขปัญหาบริเวณหน้าผากและรอบดวงตาที่เกิดจากความหย่อนคล้อยของผิวหนังส่วนบน
• บริเวณที่จัดการ: หน้าผาก, คิ้ว, และขมับ
• ปัญหาที่แก้ไข:
• รอยย่นหนาๆ บริเวณหน้าผาก (Forehead Lines)
• รอยย่นระหว่างคิ้ว (Frown Lines)
• ปัญหาคิ้วตก หางตาตก หรือหนังตาบนหย่อนลงมาทับดวงตา ทำให้หน้าดูเศร้าหรือเหนื่อยล้า
2. ใบหน้าส่วนกลาง (Mid-Facelift)
เป็นส่วนที่แสดงสัญญาณแห่งวัยได้ชัดเจนที่สุดส่วนหนึ่ง เพราะเป็นจุดที่ไขมันบริเวณแก้ม (Cheek Fat Pad) เริ่มฝ่อตัวและหย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วง
• บริเวณที่จัดการ: โหนกแก้ม, แก้มตอนบน, และร่องแก้ม
• ปัญหาที่แก้ไข:
• แก้มตอบหรือโหนกแก้มแบนลงจากการที่ไขมันเคลื่อนที่ลงด้านล่าง
• ร่องแก้มลึก (Nasolabial Folds) ที่ทำให้หน้าดูมีอายุ
• เนื้อแก้มห้อยลงมาบดบังความชัดเจนของกระดูกโหนกแก้ม
3. ใบหน้าส่วนล่างและลำคอ (Lower Facelift & Neck Lift)
เป็นส่วนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะช่วยปรับรูปหน้าและกรอบหน้าให้กลับมาคมชัด
• บริเวณที่จัดการ: แก้มส่วนล่าง, แนวขากรรไกร (Jowline), ใต้คาง, และลำคอ
• ปัญหาที่แก้ไข:
• แก้มห้อยย้อยลงมาอมบริเวณมุมปากและกราม (Jowls) ทำให้หน้าดูเป็นสี่เหลี่ยม
• ร่องมุมปากลึกยาวลงมาถึงคาง (Marionette Lines) หรือที่มักเรียกว่า “ร่องน้ำหมาก”
• เหนียงใต้คาง หรือผิวหนังใต้คางหย่อนคล้อย (Double Chin)
• ผิวหนังลำคอเหี่ยวย่นเป็นชั้นๆ (Turkey Neck) หรือเห็นเป็นเส้นเอ็นที่คอชัดเจน
ผู้ที่เหมาะกับการผ่าตัดดึงหน้า
• ผู้ที่มีอายุ (มักจะอายุ 40-50 ปีขึ้นไป) หรือผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยอย่างเห็นได้ชัด
• มีปัญหาร่องแก้มลึก (Nasolabial Folds) และร่องมุมปากลึก (Marionette Lines)
• กรอบหน้าไม่ชัดเจน มีแก้มห้อยย้อยลงมาบริเวณกราม (Jowls)
• ผิวหนังบริเวณลำคอหย่อนคล้อยหรือมีเหนียงมาก
• ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรงที่มีผลต่อการหายของแผล (เช่น เบาหวานที่คุมไม่ได้) และไม่สูบบุหรี่ (หรือสามารถหยุดสูบก่อน-หลังผ่าตัดตามแพทย์สั่งได้)
เทคนิคการผ่าตัดดึงหน้าในปัจจุบัน
• Traditional Facelift (การดึงหน้าแบบมาตรฐาน): เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยปานกลางถึงมาก แพทย์จะเปิดแผลตั้งแต่บริเวณไรผมเหนือใบหู อ้อมลงมาตามแนวหน้าใบหู ไปจนถึงหลังใบหู เทคนิคนี้สามารถจัดระเบียบชั้น SMAS, ไขมัน และตัดผิวหนังส่วนเกินได้ทั้งใบหน้าส่วนกลาง ใบหน้าส่วนล่าง รวมถึงลำคอ
• SMASectomy / SMAS Plication (Deep Plane Facelift): เป็นการผ่าตัดลึกลงไปจัดการกับชั้น SMAS โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการตัดแต่ง (SMASectomy) หรือการเย็บทบพับชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS Plication) เพื่อยกโครงสร้างใบหน้าจากภายใน ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานและดูเป็นธรรมชาติที่สุด
• Mini Facelift (MACS Lift): เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาหย่อนคล้อย (อายุประมาณ 30-40 ปี) แผลผ่าตัดจะสั้นกว่ามาก โดยเปิดแผลแค่บริเวณหน้าใบหูเท่านั้น เน้นยกกระชับใบหน้าส่วนล่างและกรอบหน้า เจ็บน้อยกว่าและพักฟื้นไว
• Neck Lift (การดึงคอ): มักทำร่วมกับการดึงหน้าเพื่อเก็บเหนียง ผิวหนังคอที่หย่อนคล้อยเป็นชั้น (Turkey Neck) โดยอาจมีการเปิดแผลเล็ก ๆ ใต้คางเพิ่มเติมเพื่อเย็บกระชับกล้ามเนื้อคอ (Platysmaplasty)
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด (Pre-Op)
❌ สิ่งที่ต้อง “งด” ล่วงหน้า
• งดสูบบุหรี่ / บุหรี่ไฟฟ้า: อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ (นิโคตินทำให้หลอดเลือดหดตัว เสี่ยงผิวหนังขาดเลือดและเน่าได้)
• งดแอลกอฮอล์: อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ (ป้องกันเลือดแข็งตัวช้าและแผลบวมมาก)
• งดยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า: อย่างน้อย 2 สัปดาห์
• กลุ่มวิตามิน: Vitamin E, น้ำมันปลา (Fish Oil), สารสกัดแปะก๊วย, โสม, กระเทียมอัดเม็ด
การเตรียมตัวในวันผ่าตัด
• งดน้ำและอาหาร (Fasting): อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง (กรณีดมยาสลบ) เพื่อป้องกันการสำลักลงปอด
• สระผมให้สะอาด: ด้วยแชมพูอ่อนๆ หรือแชมพูฆ่าเชื้อในเช้าวันผ่าตัด (เพราะหลังทำจะห้ามแผลโดนน้ำหลายวัน)
• งดแต่งหน้า / งดทาเล็บ: ห้ามแต่งหน้าหรือทาครีม และต้องล้างสีเล็บออกอย่างน้อย 1 นิ้ว เพื่อติดเครื่องวัดออกซิเจน
• การแต่งกาย: ใส่เสื้อเชิ้ตมีกระดุมหน้าหรือซิปรูด ห้ามใส่เสื้อยืดที่ต้องถอดทางศีรษะ
• เตรียมคนพากลับ: ห้ามขับรถกลับเองเด็ดขาดเนื่องจากยังมีฤทธิ์ยาเบลอ/ยาสลบ
การดูแลตัวเองและการพักฟื้น
• สัปดาห์ที่ 1: จะมีอาการบวมช้ำค่อนข้างมาก ต้องใส่ผ้ารัดหน้าตลอดเวลาตามแพทย์สั่งเพื่อลดบวมและช่วยให้ผิวแนบสนิทกับโครงสร้างใหม่ นอนยกศีรษะสูง และประคบเย็นบ่อย ๆ
• สัปดาห์ที่ 2: แพทย์จะนัดตัดไหม อาการบวมช้ำจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและค่อย ๆ จางลง เริ่มออกไปใช้ชีวิตประจำวันเบา ๆ ได้
• 1 เดือน: อาการบวมลดลงไปแล้วประมาณ 70-80% ใบหน้าจะเริ่มเห็นรูปทรงที่ชัดเจนขึ้น สามารถแต่งหน้าปิดรอยช้ำหรือรอยแผลเป็นได้
• 3-6 เดือน: แผลผ่าตัดจะค่อย ๆ จางลงเป็นเส้นบาง ๆ สีขาว และใบหน้าจะเข้าที่สนิท (Final Result) ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเต็มที่
ดึงหน้า Mini Facelift กับดึงหน้า Full Facelift ต่างกันอย่างไร
Mini Facelift
เป็นการยกกระชับใบหน้าเฉพาะจุด เช่น เฉพาะบริเวณกราม แก้ม ขมับ ตาและคิ้ว ตอบโจทย์สาว ๆ ที่เริ่มมีริ้วรอยเพียงเล็กน้อย อยากยกกระชับเฉพาะจุด
Full Facelift
เป็นการดึงยกกระชับทั่วทั้งหน้า ดึงยกกระชับทั้ง 3 ส่วน บริเวณใบหน้าส่วนบน ใบหน้าส่วนกลางถึงส่วนล่าง และบริเวณลำคอ ตอบโจทย์สาวรุ่นใหญ่ ที่ต้องการคืนความอ่อนเยาว์ให้กับตัวเอง
การดึงหน้าช่วยกำจัดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยบนใบหน้าได้ทั้งหมด หรือไม่?
การดึงหน้า คือหัตถการความงามที่ช่วยยกกระชับ ลดเลือนริ้วรอยและความหย่อนบนใบหน้าให้ดีขึ้น อาจไม่สามารถกำจัดริ้วรอยความหย่อนคล้อยบนใบหน้าที่เกิดขึ้นตามวัยได้ทั้งหมด แต่สามารถเลือกดึงได้ตามสภาพผิวหน้า ดึงหน้าเฉพาะจุดหรือบางส่วนได้ MEDA
